ก้าวแรกของการเปิดร้านกาแฟ

ก้าวแรกของการเปิดร้านกาแฟ

ร้านกาแฟมีหลากหลายรูปแบบ แต่จะขอแบ่งเอาเองเป็น 3 แบบเพื่อให้คุณหาดูว่าตัวเองเหมาะกับแบบไหน แบบที่ 1 แบ่งตามทําเลที่ตั้ง

  1. ร้านกาแฟริมถนนที่เรียกว่าร้าน stand alone ไม่ได้ตั้งอยู่เป็นส่วนหนึ่งของห้าง
  2. ร้านกาแฟในโรงแรม
  3. ร้านกาแฟในศูนย์การค้า
  4. มุมกาแฟตามตึกสํานักงาน
  5. ร้านกาแฟในโรงพยาบาล
  6. ร้านกาแฟตามปั้มน้ำมัน
  7. มุมกาแฟในร้านหนังสือ
  8. มุมกาแฟตามสถาบันการศึกษา

แบบที่ 2 แบ่งตามธรรมชาติของธุรกิจ

1.ร้านแบบจัดการเองเป็นอิสระไม่เข้าสังกัด

2.ร้านในระบบแฟรนไชส์ (franchise)

แบบที่ 3 แบ่งตามลักษณะร้าน

1.ร้านที่มีเนื้อที่พอสมควร (Coffee shop)    2. มุมกาแฟ (Coffee Corner)          3. ซุ้มกาแฟ (Coffee Cart)

การแบ่งแบบที่ 1 คุณจะได้เห็นถึงกลุ่มลูกค้า เพราะลูกค้ามีความสําคัญในการกําหนดรูปแบบร้านและสินค้า ว่าง่ายๆ คือ ในที่สุดแล้วร้านคุณต้องปรับตัวตามพฤติกรรมของลูกค้า เช่น ตั้งอยู่หน้าโรงเรียน เด็กๆ ชอบร้านน่ารักสะอาดตาบรรยากาศใสๆ ห่างอบายมุข พ่อแม่สบายใจที่จะให้ลูกเข้าไปใช้บริการ เอาอกเอาใจ อัธยาศัยดี หนูจ๊ะ หนูจ๋า และเด็กชอบของเย็นมากกว่าของร้อนหรือถ้าอยู่ในแหล่งสํานักงาน ลูกค้าเป็นนักธุรกิจย่อมชอบร้านขรึมๆ ไม่จอแจแต่โก้ โปร่งสบายตา และถ้วยจานให้ดูมีระดับ ราคาไม่ว่ากันเอาคุณภาพมาเถอะ อย่างนี้เป็นต้น ร้านคุณก็ต้องปรับไปตามนี้

การแบ่งแบบที่ 2 เป็นการแบ่งตามลักษณะการดําเนินธุรกิจ เพื่อดูว่าคุณสามารถเข้ากับระบบไหนได้ดีที่สุด ทําเองก็คิดเองเออเอง สบายใจไม่ต้องผูกพันกับใครทั้งการจัดการและค่าบริหาร ถ้าเข้าแฟรนไชส์ก็จะมีบริษัทแม่มาช่วยเสนอแนะการดําเนินงาน และเมื่อพะยี่ห้อของเขาแล้ว เท่ากับวางจุดขายของร้านลงไปเลย ทําให้กลายเป็นร้านที่ลูกค้าต้องปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของร้านเรา เพราะลูกค้ารู้อยู่แล้วว่าร้านภายในโลโก้ (Logo) นี้มีคอนเซ็ปต์อย่างไร ก่อนเข้าลูกค้าต้องตัดสินใจเองว่าจะเข้าไหม ร้านนี้ชื่อนี้แพงนะ คนแน่นนะ บริการตัวเองนะ แต่นั่งแล้วโก้อย่าบอกใครเชียว หรือร้านนี้เข้าโฉลกกับวัยรุ่นที่มานั่งให้คนเขาเห็น ถ้าคุณขี้รําคาญและช่างคันหัวใจก็อย่าเข้า วัยโจ๋เขาชอบเพราะไม่ได้หาเงินเองอ่ะ แพงก็จะกินใครจะทําไม เออ

การแบ่งแบบที่ ๓ เป็นการบ่งบอกถึงเงินลงทุน เพราะถ้าเป็นร้านต้องลงทุนมากกว่าอีกสองแบบ และมีเนื้อที่ทํางานมากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับทําเลอีกที บางแห่งถึงอยากตั้งร้านก็หาไม่ได้ เพราะทําเลตรงนั้นไม่มีเนื้อที่ให้พอ จึงลงได้แค่รถเข็นหรือตั้งเป็นมุมเล็กๆ อย่างนี้เป็นต้น

เราเคยค้าขายมาก่อนหรือไม่ ตรงนี้สําคัญประสบการณ์จะสอนให้เราไหวตัวทัน มองปัญหาได้ชัดเจน หากไม่เคยค้าขายมาก่อนไปหาที่อบรมเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงหน่อยก็ดี สมัยนี้เขาเชื่อในการศึกษากันมาก แล้วก็ออกหาประสบการณ์จากคนที่เขาเคยลองมาก่อนดู

เรามีหัวการค้าระดับไหนนี้ก็สําคัญมาก ๆ บางคนไม่ค่อยมีหัวค้าขายเลย มีแต่ความรัก ถ้ามีคนทักมากๆ ก็ควรสํารวจดูตัวเองอย่างเป็นธรรมเสียก่อน ก่อนจะลงทุน

เรามีญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงพอเป็นที่ปรึกษาได้ไหม พวกญาตินี่เขาว่าเหมือนกระดูกที่ติดกับเนื้อหนังของเรา ตัดไม่ตายขายกันไม่ขาด หากเราอ่อนประสบการณ์ วิ่งไปคุยกับญาติได้ก็น่าจะทํา หากมีญาติที่เขาเขยนๆ เราก็อาจเปิดร้านเดียวอย่างสบายใจ ไม่ต้องเข้าระบบแฟรนไชส์ แต่ถ้าหัวเดียวกระเทียมลีบคิดว่าน่าจะ เข้าระบบ เพราะดีกว่ากันเยอะเลย

เรามีใจนักพนันกล้าได้กล้าเสียขนาดไหน การค้ามีโอกาสพลิกฟื้นหรือพลาดพลั้งได้เพียงลัดนิ้วมือเดียว หากใจไม่ถึงอย่าลงทุน เพราะจะเสียเงินเปล่าและอาจหัวใจวายหรือเป็นโรคความดันสูงได้

ทําเลของเราคุ้มค่ากับการลงทุนลักษณะไหน ตรงนี้สําคัญมาก ถ้าคุณได้ทําเลที่ยอดเยี่ยมแล้วละก็ บอกได้เลยว่า ถึงไหนถึงกัน ไม่ทําไม่ได้แล้ว !

ถ้าคิดอะไรขึ้นมาได้อีกก็รีบจดลงไป เพื่อหาคําตอบที่จริงใจให้ได้ เพียงเท่านี้ก็เท่ากับว่าคุณรู้จักตัวเองแล้ว