เทคนิคดีๆ เพิ่มลูกเล่นให้ร้านกาแฟของคุณ

เทคนิคดีๆ เพิ่มลูกเล่นให้ร้านกาแฟของคุณ

นอกจากร้านสวย บรรยากาศดี กาแฟอร่อยและบริการดีแล้ว ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่นํารายได้เข้าร้าน เจ้าของจึงต้องลุกมาหาลูกเล่นใส่ร้านด้วย เพื่อเพิ่มรายได้มากขึ้นไปอีก เช่น บางร้านนอกจากหนังสืออ่านเล่นแล้ว ยังต้องนําเอาหนังสือพิมพ์หรือแม็กกาซีนที่หาอ่านได้ยากมาวางไว้ที่ร้านด้วย เช่น หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจดังๆ นิตยสารผู้หญิงจากต่างประเทศ เป็นต้น นับเป็นต้นทุนโขอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าว่าชอบอ่านอะไรหรือสนใจการอ่านหนังสือหรือไม่ ผู้สันทัดกรณีบอกว่าหนังสือเรียกลูกค้าได้มากเหมือนกัน เพราะหนังสือหรือนิตยสารบางเล่มเราก็มักไม่ซื้อ แต่นิยมอ่านฟรีมากกว่า เหมือนผู้หญิงไปนั่งร้านทําผมอย่างนั้นแหละ จะได้โอกาสไปอ่านหนังสือที่ปกติไม่ซื้ออ่านไม่ว่าด้วยเหตุใด

บางร้านติดตั้งอินเทอร์เน็ตฟรีไว้ในร้านให้ลูกค้าด้วย บางร้านเอาโทรทัศน์วงจรปิดมาติดตั้งไว้ในร้าน เพื่อโชว์การปรุงอาหารในครัว แบบนี้ต้องมีความมั่นใจมากๆ ว่าการแสดงจะไม่กลายเป็นดาบสองคม

บางร้านรับเคเตอร์ (cater) จัดน้ำชากาแฟนอกสถานที่ด้วย ถึงกับลงทุนหาซื้อชุดชงกาแฟเคลื่อนที่เพื่อไปรับเหมางานข้างนอก เป็นการเพิ่มรายได้ทางหนึ่งซึ่งน่าจะดีสําหรับร้านที่มีความพร้อมและไม่เสียงานใน หรือร้านที่ทําเลไม่พลุกพล่านก็อาจมองหางานแบบนี้มาเสริมรายได้ คือเป็นการค้าแบบเชิงรุกไม่ต้องคอยตั้งรับฝ่ายเดียว

บางร้านเปิดเป็นแกลเลอรีให้ศิลปินมาขายภาพหรือให้ลูกค้ามาเรียนแต่งหน้ากับผู้เชี่ยวชาญได้ โดยหวังเปิดตัวให้คนรู้จักในวงกว้างและหากเจ้าของร้านมีความสามารถหรือรู้จักใครที่จะเข้ามาทํากิจกรรมเพิ่มสีสันให้แก่ร้านได้ก็น่าจะลองดู เพราะไม่เสียหายอะไร เช่น การจัดดอกไม้เรียนวาดภาพสีน้ำหรือหัดชงกาแฟ ทําขนมเค้ก เป็นต้น

บางร้านบอกว่าของแปลกๆ ที่โชว์อยู่ในร้านก็เรียกลูกค้าได้ดี เช่น นาฬิกาโบราณชักรอกได้ อุปกรณ์ชงกาแฟแบบโบราณ ภาพตํานานกาแฟและแถมบอกว่าในแต่ละร้านควรมีลูกเล่นอะไรแบบนี้มาวางโชว์บ้าง ลูกค้าจะได้จําร้านเราได้

ทั้งหลายทั้งปวงคือข้อเสนอแนะเพื่อสร้างลูกเล่นในการทําธุรกิจร้านกาแฟ แล้วแต่ว่าร้านไหนเปิดมาแล้วจะมีความพร้อมทําอะไรได้บ้าง นอกจากเรียกลูกค้าแล้วยังทําให้พนักงานไม่เบื่ออีกด้วย เป็นการสร้างความตื่นตัวให้ทุกคนในร้าน เพราะต้องจําไว้ว่าความสม่ำเสมอคือหัวใจของการทําธุรกิจบริการ ถึงจะยุ่งยากเพียงไรก็ต้องยอมทนและผู้ประกอบการไม่ควรคิดว่าเราดีแล้ว เป็นหนึ่งแล้ว หากคิดเช่นนั้นจะทําให้เรานิ่งและย่ำอยู่กับที่ ในขณะที่สภาพแวดล้อมและการแข่งขันวิ่งรุดหน้าไปเรื่อย ๆ หากลงทุนไปแล้วนี้ ก็ต้อง “วิ่ง สู้ ฟัด” กันไป แต่รับรองว่าคุ้มและสนุก

นอกจากเพิ่มลูกเล่นภายในร้านแล้ว ควรสร้างเทคนิคสร้างแรงจูงใจที่ใช้ภายในร้านเช่นกัน คือเราจะตั้งเป้ายอดขายรายเดือนให้แต่ละร้านรับไป ทางผู้จัดการร้านจะไปแยกออกเป็นเป้ารายวันให้พนักงาน เค้าจะเช็กยอดขายจริงกับเป้าทุกวันถึงสิ้นเดือนร้านไหนทํายอดได้ถึงเป้าเราให้รางวัลเป็นเงิน 2% จากยอดขายจริง ให้พนักงานแบ่งกันเอาเอง อันนี้เป็นแรงจูงใจที่พนักงานชอบมาก เราเองก็ได้ยอดขายตามที่ตั้งไว้ เงิน 2% ถือเป็นแรงกระตุ้นให้พนักงานทํางานอย่างมีเป้าหมาย ซึ่งแน่นอนเป้านั้นบริษัทต้องคํานวณไว้แล้วว่าบริษัทมีกําไรอย่างแน่นอน เมื่อบริษัทพอใจพนักงานก็ต้องได้รางวัล

เชื่อเถอะว่ามีใครที่เคยเปิดร้านค้าขายอะไรสักอย่างมาแล้วจะรู้ดีว่าความใฝ่ฝันและความเป็นจริงนั้นต่างกันหลายขุม แล้วทําไมต้องเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดล่ะ ก็เพราะว่าหากเราจะไปศึกษาความสําเร็จของคนอื่น มักจะไม่เห็นประเด็นที่แท้จริง คนที่ประสบความสําเร็จเขามีปัจจัยมากมายไม่เหมือนเราเลย เขาอาจมีเงินทุน มีความถนัดในการทําธุรกิจมาก่อนและเป็นคนนิสัยต่างจากเราโดยสิ้นเชิง บางครั้งเขาก็เอาแต่เรื่องดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง โดยไม่เคยแย้มว่าตอนเป็นเสือลําบากนั้นเกิดอาการอย่างไร ฉะนั้นเพื่อความไม่ประมาท มามองกันที่เหตุของความล้มเหลวดีกว่า เพื่อว่าคุณกําลังเป็นแบบนั้นจะได้ไหวตัวทัน