พนักงานร้านกาแฟ ต้องทําอะไรบ้าง ?

พนักงานร้านกาแฟ ต้องทําอะไรบ้าง ?

ทุกวันนี้พนักงานในร้านต้องแต่งตัวให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ร้านกาแฟ คือนุ่งห่มดํา ๆ และมีผ้ากันเปื้อนยาวถึงหน้าแข้งแบบคนขายปลา ดูแล้วโก้มาก แต่เบื้องหลังคือกาแฟเป็นน้ำที่มีสีคล้ำ ขืนให้ลูกจ้างนุ่งขาวห่มขาวแบบคนกินเจก็มีหวังเป็นด่างดวงเต็มตัวเหมือนนุ่งผ้าลายดอกนั่นแหละ เขาเรียก “ภัยน้ำดํา” จึงต้องแต่งดำอําพรางไว้ กลายเป็นเก๋ เอาก็เอาเลยแต่งดํากันยกใหญ่

พนักงานในร้านต้องเข้ากับคอนเซ็ปต์ของเครื่องดื่มกาแฟนั้นคือให้ความสดชื่น แจ่มใส และให้พลัง ลูกจ้างจึงควรเป็นคนสมัยใหม่ที่คล่องแคล่ว จะเอาคนเกษียณมายืนไม่ได้ เดี๋ยวลูกค้าใจเสียและหนุ่มสาวที่มาทํางานต้องเอาคนสะอาด หน้าตาหมดจดอินเทรนด์ ฟังดูแย่พิลึกเหมือนกับว่าแบ่งชนชั้น แต่ทําไงได้ละคุณ แต่มีข้อควรระวังเหมือนกันว่า ที่สวยมากหล่อมากก็คงอยู่ไม่นานจะมีลูกค้ามาไถ่ตัวไปบ่อยๆ ทำได้ไม่กี่เดือนมีพ่อยกแม่ยกมาชวนไปเลี้ยงดูเสียแล้ว ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรอีกเหมือนกัน ด้วยว่าบุพเพสันนิวาสนั้นไม่เข้าใครออกใคร แบบนี้จะเจอบ่อยมากพึงระวัง

แต่ก็มีบางร้านที่พยายามเปลี่ยนความนิยมหรือหาจุดขายใหม่ ๆ ให้แก่รูปแบบพนักงาน เช่น อาจนุ่งผ้าซิ่น สวมเสื้อม่อฮ่อมหรืออะไรก็ตามแต่ใจจะคิดได้ ไม่ว่ากัน ถือว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ แต่อย่าแต่งเลียนแบบตัวการ์ตูนฝรั่งแล้วกัน แบกแก็สเขายังเรียกตํารวจจับเลย

พนักงานทั้งชายและหญิงพึงระวังเรื่องน้ําหอม ใส่ไม่ได้เลย เพราะจะไปตีกับกลิ่นกาแฟ กลายเป็นกาแฟสูตรของ ปอล โกล ติเยร์ (Jean Paul Gaultier) หรือทอมมี ฮิลไฟเกอร์ (Tommy Hifiger) ไปเสีย ข้อนี้ก็รวมไปถึงการใส่อะไรที่กลิ่นรุนแรง เช่น โรลออน มูส สเปรย์ หรือเจลต่างๆ ด้วย

การชงกาแฟนั้นใช้มือเป็นเอก จึงไม่ควรยอมให้พนักงานสวมสร้อยข้อมือหรือสวมแหวนใดๆ ก็ตาม เพราะลูกค้าดูแล้วไม่อนามัย เกรงว่าไอ้ตุ้งติ้งที่ตัวคนชงจะลงไปจุมกับกาแฟที่เราดื่ม บางร้านถึงกับไม่ยอมให้พนักงานชายเจาะหูใส่ต่างหูด้วยซ้ำไป ตรงนี้แล้วแต่ว่าเจ้าของจะวางแนวร้านตัวเองเป็นแบบไหน และปากนั้นไม่มีความจําเป็นกับการชงกาแฟ จึงต้องอบรมพนักงานไม่ได้พูดมากขณะชงกาแฟ น้ำลายจะกระเด็นลงไปได้ นอกจากกาแฟถ้วยนั้นลูกค้าประสงค์จะเอาไปล้างพิษให้ตัวเอง

พนักงานควรได้รับการอบรมให้ช่วยเหลือลูกค้าให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มยอดขายและเรียกลูกค้า มีบ่อยมากที่ลูกค้าอยากเข้ามาลองดื่มกาแฟร้านเรา แต่ติดขัดด้วยว่ายังไม่เคยเข้ามาในร้าน ทำให้วางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะซื้อกาแฟอย่างไร ไม่รู้จะเรียกกาแฟอย่างไรและจะจ่ายเงินอย่างไร พูดง่ายๆว่าเขายังไม่ชินกับวัฒนธรรมของร้านเรา จึงต้องอบรมให้พนักงานเข้าช่วยเหลืออย่างดีที่สุดไม่ให้ลูกค้าเขินหรือหน้าแตก ถ้าทําได้แบบนี้เท่ากับเป็นการเพิ่มลูกค้า และยอดขายโดยตรง อีกหน่อยอาจได้ลูกค้าประจําตามมาด้วย เพราะมาแล้วไม่เสียเซลฟ์ และขณะนี้การให้บริการเลียนแบบแนวทางร้านเซเว่น อีเลฟเว่นกําลังมาแรง พอลูกค้าเดินเข้ามาในร้านให้ช่วยกันขานรับดังๆ ด้วยการทัก “สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ !! จะรับอะไรดีค้า” แล้ว ก็ว่ากันไปเรื่อยจนลูกค้าตกลงใจสั่งกาแฟในร้าน พอรับออเดอร์แล้วก็ต้องพูดดัง ๆ ทวนซ้ำว่า “คัปปุชชิโน่หนึ่งที่นะคะ” เพื่อความมั่นใจของทั้งสองฝ่ายว่าสั่งอะไรไปและกําลังจะได้อะไร จากนั้นลูกค้าจะนั่งไปนานแค่ไหนก็มิพึงเข้าไปรบกวนด้วยการเช็ดโต๊ะหรือกวาดร้าน เพราะความนิยมสมัยใหม่นั้นอย่างที่บอกว่า ต้องเปลี่ยนคอนเซ็ปต์แล้วกับการนั่งแช่ในร้านกาแฟ คือยอมให้นั่งไปได้เรื่อย ๆ จนกว่าลูกค้าจะเบื่อไปเอง และต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการโดยบวกค่าเสียโอกาสทางธุรกิจเข้าไปในราคากาแฟแล้ว ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นเทรนด์ใหม่ของการให้บริการ เป็นการให้ความสําคัญลูกค้าและผูกใจลูกค้า