มารู้จักลักษณะร้านกาแฟตามขนาดการลงทุนกัน

มารู้จักลักษณะร้านกาแฟตามขนาดการลงทุนกัน

ซุ้มกาแฟ (Coffee cart)

ร้านกาแฟแบบนี้ลงทุนน้อยที่สุด เป็นซุ้มสวยน่ารักสามารถไปตั้งตรงไหนก็ได้ที่ทางเทศกิจเขาเออออห่อหมกกับคุณด้วย เอกลักษณ์ของซุ้มกาแฟคือ ในหนึ่งซุ้มจะมีพร้อมสรรพทั้งส่วนชงกาแฟ แผงขายขนมตู้เย็นเล็กๆ และยังมีส่วนขายน้ําหวานชนิดอื่นอีกด้วย หากคุณจะขายหนังสือพิมพ์พ่วงด้วยก็ยังแขวนห้อยไว้ข้างซุ้มได้ เป็นรถเข็นที่เบ็ดเสร็จจริง ๆ ส่วนราคาทั้งชุดไม่เกิน 2 แสน ราคานี้คือราคาเริ่มต้นหรือ set up cost ของซุ้ม ส่วนถ้วยและกาแฟ น้ำตาล นม ครีม รวมทั้งขนมก็จัดหากันเองตามชอบ

ซุ้มแบบนี้เหมาะกับคนที่มีทําเลเล็ก ๆ ตามหน้าสถานศึกษาหรือมุมตึก เน้นขายแบบเอาไปดื่มที่อื่นหรือที่เรียกว่า เทกโฮม (take home) ไม่ต้องบริการอะไรมากมายเอาความสะดวกรวดเร็วเป็นหลักหรืออีกกรณีที่กําลังนิยมมาก คือมีร้านขายสินค้าอย่างอื่นอยู่แล้ว หน้าร้านพอมีที่ว่าง แต่ดันมีแผงลอยขายกางเกงในมาบังหน้าร้าน เราก็เอาซุ้มกาแฟของเรามาลงกันเอาไว้ เรียกว่า เปิดซุ้มกาแฟเพื่อกักแผงลอย นี่ก็เป็นวิธีคิดที่สมัยนิยมมากๆ อย่าทําเล่นไป

ซุ้มกาแฟแบบนี้ใช้คนบริหารเพียงคนเดียวทั้งชงกาแฟ ขาย ขนม เก็บเงิน ดูแลรักษาเครื่องและเรียกลูกค้า จึงต้องหาคนที่มีความรู้หน่อย มีจิตใจรักการบริการ ไม่เกี่ยงงานหนักงานเร่ง เพราะบางที่มีลูกค้ามาแออัดกันหลายคน หากลนลานจะทําอะไรไม่ถูก ซึ่งการหาพนักงานให้ได้ระดับนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทางบริษัทขายอุปกรณ์ร้านกาแฟจึงรับเป็นธุระเทรนพนักงานให้ด้วย แต่มีข้อแม้ว่าต้องซื้อของของเขาและเขาจะเทรน ให้ครั้งเดียว ถ้ายังไม่รู้เรื่องต้องเสียเงินไปเทรนอีกหรือหากเจ้าของร้านรู้ดีอยู่แล้วก็เทรนเอาเองได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ปัญหาคือต้องหาทางคุมการบริการและการเงินให้ดี เพราะซุ้มแบบนี้โดยมากคนลงทุนหรือนายทุนจะส่งลูกน้องออกไปขายตามจุดต่างๆ การดูแลให้ทั่วถึงนั้นเหนื่อยพอดู ไหนยังต้องห่วงเรื่องเงินสดอีก ซึ่งทุกวันนี้เครื่องชงกาแฟช่วยได้ในแง่คิดจากจํานวนปริมาณกาแฟที่ใช้ไปในแต่ละวัน เจ้าของจะพอรู้ว่าวันนี้ควรมีรายได้เท่าไรและยังมีเครื่องเก็บเงินสดที่คุมอีกแรง แต่ก็อย่างว่า คนเราลงจะโกงเขาก็หาที่ดิ้นรนไปจนได้แหละ ถึงจะเป็นซุ้มกาแฟเคลื่อนที่ก็อย่าลืมว่าต้องเสียภาษี ก่อนจะลงมือทําก็ไปคุยกับทางเจ้าหน้าที่เขตให้เรียบร้อยว่าต้องอะไรบ้าง ก่อนจะกลายเป็นผู้ร้ายไปโดยไม่รู้ตัว

มุมกาแฟ (Coffee corner)

ใหญ่จากซุ้มกาแฟมาหน่อยคือมุมกาแฟ นั่นหมายถึงว่าเป็นการขายกาแฟที่มีโต๊ะนั่งแถมด้วยขนมนมเนยและอาหารเบาๆ อีกเล็กน้อยไปถึงขั้นต้องตั้งกระทะควงตะหลิว เช่น สลัดและแสนด์วิช เป็นต้น มุมกาแฟเหมาะกับสถานที่โอ่โถง มีความเย็นให้เราได้ใช้ร่วมกัน แบบตามตึกสูงย่านธุรกิจศูนย์การค้าหรือโรงพยาบาล โดยเฉพาะขณะนี้ศูนย์การค้าทั้งหลายจะแนะนํานักลงทุนร้านกาแฟว่าให้เข้ามาจับจองเนื้อที่ตามมุมสวยๆ ของเขา โดยบอกว่าถ้าเซ้งร้านเป็นห้องไปเลยจะมีราคาแพงมากจนไม่คุ้ม ไหนจะค่าเซ้ง ค่าน้ำค่าไฟและการแต่งร้านที่ต้องเตะตาจริงๆ หรูจริงๆ และธรรมชาติของลูกค้าจะสนใจนั่งร้านกาแฟดังแบบมีแบรนด์เนมมากกว่า ฉะนั้นถ้าเราจะเปิดร้านกาแฟของเราเอง ให้ทดลองเป็นมุมกาแฟจะประหยัดและลดความเสี่ยงในการลงทุน แถมมุมกาแฟได้เปรียบตรงที่ลูกค้าเข้าง่ายออกง่าย ทําให้การจราจรในร้านเราหนาแน่น ต่อเมื่อมีชื่อเสียงหรือมันใจมากๆ ค่อยขยับขยายเป็นร้านกาแฟต่อไป

ร้านกาแฟ (coffee shop)

ร้านแบบนี้เป็นร้านกาแฟทั่วไปที่กําลังนิยมเปิดกันมีห้องแถว ห้องเดียวก็เปิดได้ หรือเข้าไปเปิดในศูนย์การค้า โรงพยาบาล อาคารสํานักงาน โรงแรมระดับต่าง ๆ ที่เขาให้เช่าช่วงพื้นที่ ตามปั้มน้ำมันก็กําลังมาแรงหรือเปิดเพิ่มเติมจากส่วนร้านหนังสือ ร้านเบเกอรี่ก็ได้ เป็นได้ทั้งแบบที่บริหารกันเองและแบบเข้าไปอยู่ในระบบแฟรนไชส์ ที่ว่ามาทั้งหมดคือลักษณะร้านกาแฟแบ่งไปตามขนาดการลงทุน