สิ่งที่ขาดไม่ได้สําหรับธุรกิจกาแฟ

สิ่งที่ขาดไม่ได้สําหรับธุรกิจกาแฟ

สิ่งที่ขาดไม่ได้สําหรับธุรกิจกาแฟ คือ การตลาด นี่คือสูตรแห่งความสําเร็จอีกอย่างหนึ่ง สูตรนี้ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการปรุงแต่งของแต่ละคนด้วย

  • รักษาลูกค้า สร้างตลาดใหม่

การทําการตลาดด้วยโปรโมชั่นนั้นมีจุดประสงค์หลัก 2 ประการ คือ รักษาฐานลูกค้าเดิมของเราไว้ และสร้างลูกค้าใหม่ให้ติดตามผลงานของเรา ในร้านที่ขายดีอยู่แล้วอาจละเลยการทําโปรโมชั่นการตลาดไป เพราะคิดว่าขายดีอยู่แล้ว แต่หากเราไม่เคยทําให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีอะไรใหม่ๆ หรือได้รับสิทธิพิเศษเลย ลูกค้าอาจจะค่อยๆลดลงไปโดยที่เราไม่ทันรู้ตัวก็ได้ พฤติกรรมของลูกค้านั้นเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ดังนั้นเพื่อ ประกันว่าลูกค้าจะอยู่กับกาแฟของร้านเราไปเรื่อยๆ การตลาดจึงเป็นสิ่งจําเป็น ส่วนในร้านที่ขายไม่ดี ยอดขายลดลง หรือมีคู่แข่ง กลยุทธ์การตลาดเป็นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่ง เราอาจต้องคิดเรื่องโปรโมชั่นที่ทําอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาดื่มกาแฟร้านเราบ่อยๆ การได้รับสิทธิพิเศษจะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกดีเมื่อเข้ามาในร้าน และกลับมาซื้อซ้ำอยู่เสมอ บางครั้งโปรโมชั่นที่ดีๆ ก็อาจดึงดูดใจให้คนที่ไม่เคยเข้าร้านของเราเลยลองเข้ามาดื่มกาแฟในร้านเราอีกด้วย

โปรโมชั่นที่ทํากันมากที่สุดก็เช่น สะสมแต้ม ครบ 10 แต้มแถมกาแฟ 1 แก้ว โปรโมชั่นอีกอย่างหนึ่งคือ การจัดเซ็ตโปรโมชั่น เช่น กาแฟร้อนคู่กับขนม กาแฟร้อนกับเค้ก เป็นต้น ซึ่งการจัดชุดเซ็ตโปรโมชั่นนี้ควรจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดความเบื่อหน่าย และอาจมีโปรโมชั่นตามเทศกาลต่างๆ เช่น วันวาเลนไทน์มาซื้อเป็นคู่ลด 20% วันคริสต์มาส ปีใหม่ลด 10% หรือแถมคุกกี้โชคดี เป็นต้น

ตัวอย่างโปรโมชั่น

  • ทําเป็น Combo Set กาแฟกับแซนด์วิช ชากับเค้ก เครื่องดื่มกับอาหาร จับชุดคู่กัน เช่น กาแฟ 40 บาท + ทูน่าแซนด์วิช 50 บาท ขายเป็นชุดในราคาเพียง 75 บาท เพื่อเพิ่มยอดขายต่อหัวของลูกค้า
  • ทําเป็นคูปอง 1 เล่ม ซื้อในราคา 300 บาท แต่มีมูลค่าใช้ได้ถึง 350 บาทเพื่อเพิ่มลูกค้าประจํา
  • ทำเป็นการ์ด ตีช่อง 6 ช่อง ลูกค้ามาใช้บริการครบ 50 บาท สแตมป์ตราร้านได้ 1 ช่อง สแตมป์ครบ 6 ช่อง แถมกาแฟฟรี 1 แก้ว ซึ่งวิธีนี้เป็นการเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการของลูกค้า เป็นต้น
  • ไม่ใช่แค่ซื้อกาแฟ

ไลฟ์สไตล์การดื่มกาแฟของคนไทยไม่เหมือนคนชาติอื่น ชาวตะวันตกหรือคนญี่ปุ่น พวกเขานิยมดื่มกาแฟหลังอาหาร เมื่อรับประทานอาหารเสร็จจากร้านอาหาร พวกเขาก็จะไปดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟต่อและมักจะตั้งใจเข้าไปดื่มกาแฟจริงๆ แต่คนไทยเวลาที่เข้าร้านกาแฟ ไม่ได้ต้องการดื่มกาแฟเท่านั้น บางครั้งก็ใช้เป็นที่นัดพบปะสังสรรค์ บางครั้งเข้าร้านกาแฟเพื่อไปรับประทานอาหาร ร้านกาแฟพรีเมี่ยมในบ้านเราจึงมักเป็นร้าน Cafe & Restaurant มากกว่าร้านกาแฟอย่างเดียว แม้แต่ร้าน UCC เมื่อเข้ามาในเมืองไทยแรกๆ ลูกค้าเข้ามาดื่มกาแฟ ก็มักจะถามว่า ไม่มีอาหารเหรอ ดิฉันจึงต้องเพิ่มเมนูอาหารเข้าไปในเมนูของร้านด้วย โดยต้องอธิบายกับชาวญี่ปุ่นว่าวัฒนธรรมของคนไทยต่างจากญี่ปุ่น คุณจะมาบังคับว่าต้องมีแต่กาแฟกับขนมไม่ได้ ในที่สุดญี่ปุ่นก็ยอม หรือแม้กระทั่งร้านสตาร์บัคส์ยังต้องเพิ่มอาหารและของว่างเข้าไปในเมนูด้วย เช่นกัน ดังนั้นในร้านของลูกค้าแฟรนไชส์ของดิฉัน ดิฉันจะไม่ปิดกั้นเรื่องการนําอาหารอย่างอื่นมาขาย เพราะคนที่มีฝีมือด้านการทําเค้กก็ย่อมอยากมีพื้นที่โชว์ฝีมือ คนที่ทําคุกกี้อร่อยก็อยากจะทําคุกกี้มาขายในร้านของตนเอง เพียงขอตรวจสอบคุณภาพนิดหน่อยว่า สิ่งที่คุณจะนํามาขายในร้านได้คุณภาพหรือไม่ ถ้ามีคุณภาพและอร่อยจริง คุณเอาเข้ามาขายได้เลย เพราะการมีสินค้าอยู่ในร้านหลายอย่าง แทนที่ลูกค้าจะซื้อกาแฟแก้วเดียวก็ซื้อขนม หรือนั่งรับประทานอาหารของว่างต่อ เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับร้านได้ดี

  • มีการสื่อสารที่ดี

การสื่อสารภายในร้านและการสื่อสารระหว่างพนักงานเป็นเรื่องที่มีผลต่อการทํางานของพนักงานเช่นกัน วัฒนธรรมการทํางานแบบญี่ปุ่นที่ให้พนักงานสามารถสื่อสารปัญหาได้อย่างเปิดเผยเป็นเรื่องที่ดีเพราะช่วยให้เราเห็นปัญหาที่แท้จริงและร่วมมือกันแก้ไขได้และการที่พนักงานสามารถบอกปัญหาได้อย่างเปิดเผยเป็นการลดความเครียดในการทํางานลงได้ แต่ปัญหาที่มักจะพบเสมอในเมืองไทยคือ แทนที่จะเป็นการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหา กลับกลายเป็นการกล่าวโทษกัน ซึ่งทําให้พนักงานเกิดปัญหาระหว่างกันขึ้นมาอีก ซึ่งปัญหานี้ต้องแก้โดยการพยายามให้พนักงานเข้าใจว่าการสื่อสารระหว่างกัน ไม่ว่าจะในการประชุมหรือการหารือเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เป้าหมายของการสื่อสารอยู่ที่การทํางานร่วมกันอย่างราบรื่น ดังนั้นต้องช่วยกันสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ด้วยความเคารพต่อกันและให้ปัญหาต่างๆ เรื่องการทํางานจบลงที่เรื่องงาน ไม่ควรนํามาทําให้เป็นปัญหาส่วนตัว เราต้องสร้างความเข้าใจและสร้างวัฒนธรรม การทํางานที่ดีเช่นนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งหากพนักงานตระหนักถึงแนวทางเช่นนี้ การทํางานของพนักงานก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น