สิ่งที่ต้องรู้ !! ก่อนลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟ

สิ่งที่ต้องรู้ !! ก่อนลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟ

เครื่องชงกาแฟ

เครื่องชงกาแฟเขาเรียกกันว่า Espresso Cappuccino Machine เพิ่งจะพัฒนามีกันขึ้นมาในช่วงทศวรรษ 1990 นี้เอง ก่อนหน้านั้นยังชงด้วยวิธีคลาสสิกแบบใช้กระดาษกรอง เครื่องกรอง กลั่นและต้ม ตามแต่ถนัด พอมีเครื่องชงกาแฟอย่างที่เห็นทุกวันนี้ การชงกาแฟก็ง่ายขึ้นอย่างมาก ร้านกาแฟจึงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วโลกไม่เฉพาะแต่ที่เมืองไทยของเราหรอก จึงไม่ควรตกใจว่าทําไมไทยเห่อกาแฟ ต้องเรียกว่า อินเทรนด์จึงจะถูก เครื่องชงกาแฟถือว่าเป็นหัวใจของการชงกาแฟ ถึงขนาดว่าถ้าคุณถือกาแฟหนึ่งถุงออกเดินหาซื้อเครื่องชงกาแฟ จะพบว่ากาแฟจากถุงเดียวกันนี้แหละเมื่อใช้เครื่องต่างกันจะชงออกมาได้ไม่เหมือนกัน รสชาติ ความหอม และความเข้มข้นของน้ำที่ได้จะไม่เหมือนกันเลย

เครื่องชงกาแฟยังเป็นเครื่องมือที่ต้องการการดูแลอย่างพิถีพิถัน เครื่องดี ๆ จะสามารถรีดกั้นความเป็นกาแฟออกมาได้มากที่สุด เพื่อให้ได้กาแฟที่เข้ม หอม ถูกใจคอกาแฟ โดยเฉพาะกาแฟชงร้อน ต้องคุณภาพที่หนึ่งยิ่งกว่ากาแฟเย็น ยิ่งถ้าไปเจอพวก “คอทองแดง” คือดื่มแบบไม่ใส่อะไรเลย เอาแต่กาแฟดํา ๆ อย่างพวกที่เลือกดื่ม เอสเปรสโซ่ พวกนี้จะยิ่งเห็นความแตกต่างของกาแฟในร้านเราว่ามีฝีมือในการชงไหม

ฉะนั้นการเลือกเครื่องชงกาแฟที่ดีจึงดูจากความสามารถใน ารรีดคั้นว่าได้เท่าไรและอย่างไร

ถึงเครื่องจะดี แต่บางร้านคนชงไม่ละเอียดลออกับการเตรียม กาแฟ ชงออกมาไม่ร้อนก็มี อาจเพราะไม่อุ่นถ้วยก่อน ตีนมยังไม่ร้อนพอ ทั้งหมดล้วนทําให้กาแฟหมดรส และร้านหมดลูกค้า อีกสิ่งซึ่งบ่งบอกความเป็นมืออาชีพของร้านคุณคือ เครื่องชงกาแฟที่ใช้อยู่ในร้าน ลูกค้าเขาฉลาด มองที่เดียวก็รู้แล้วว่าร้านคุณขนาดไหนโดยดูจากเครื่อง ถ้าเป็นแบบอัตโนมัติ UC ใส่เมล็ดกาแฟคั่วแล้วลงไป พอกดปุ่มปับเครื่องมันก็บดและชงออกมาเลย นั่นคือยังไม่ขลัง ถ้าให้ดีเขาว่าควรใช้เครื่องแบบที่คนชงต้องเอาใจช่วยด้วย ทั้งบดและย้ายไปใส่เครื่องชง จึงจะมีจิตวิญญาณของกาแฟ ถึงบอกว่า การชงกาแฟนั้นง่าย แต่ชงให้ลูกค้าติดใจนั้นยาก

แต่ก็อย่ากังวลจนเกินไป หากเราลงทุนน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ควรซื้อเครื่องอัตโนมัติแบบใช้ง่ายและไม่แพง เอาการบริการเข้าสู้จนร้านอยู่ตัวแน่นอนแล้วสักสามปี พอเครื่องเริ่มรวนตามธรรมชาติของมัน และเราเห็นว่าร้านเราไปรอดแน่ก็หันไปจับเครื่องดีๆ ราคาสูงไปเลย

จนถึงปัจจุบันยังไม่ปรากฏว่ามีเครื่องชงกาแฟที่ทํากันในประเทศไทย เห็นแต่นําเข้าจากยุโรปโดยส่วนมาก ที่ขึ้นชื่อต้องนําเข้าจากประเทศอิตาลี ประเทศอื่นๆ ก็มีแต่ไม่ดังเท่า อาจมีย้อมแมวบ้าง คือทําที่ไหนไม่รู้แต่บอกว่าอิตาลีไปก่อน เพราะชื่อเสียงดี ขนาดของเครื่องมีทั้งขนาดชงได้เพียงเจ็ดแปดแก้วสําหรับใช้ในบ้าน และร้านที่คนไม่แออัด ไม่ต้องการความเร็วอะไรมาก ค่อยๆ ทํา ค่อยๆ ขายกันไปแบบช้าแต่ชัวร์ ระเรื่อยไปจนถึงขนาดใหญ่ ชงได้ชั่วโมงละเป็นร้อย ๆ แก้ว สําหรับร้านที่การจราจรหนาแน่นถึง แน่นที่สุด ซึ่งเป็นร้านในฝันของเจ้าของร้านกาแฟทุกคนทีเดียว

ราคาของเครื่องชงกาแฟขึ้นอยู่กับขนาดการทํางานและระบบการทํางาน ลูกเล่นมากก็แพงขึ้นไปอีก มีตั้งแต่ราคาเครื่องละหมื่นกว่าบาทจนถึงหลายๆ หมื่นบาท และเป็นแสน อย่าตกใจหากพบว่าการขายเครื่องชงกาแฟนั้นเขาขายจากแคตตาล็อก เมื่อลูกค้าตกลงใจจะเอารุ่นไหนเขาก็เรียกเงินมัดจําแล้วจึงสั่งเครื่องเข้ามา รอไปอีกราวสองเดือนจึงได้ของ ดังนั้นหากจะเปิดร้านก็ต้องคิดการณ์ล่วงหน้าเผื่อเวลาให้เครื่องเดินทางไว้ด้วย