สูตรเด็ดชงกาแฟฉบับมืออาชีพ

สูตรเด็ดชงกาแฟฉบับมืออาชีพ

กาแฟสามารถเอามาทําอะไรได้หลายอย่าง ทั้งชงดื่ม ทําขนมและปรุงอาหาร กาแฟที่นิยมกันอยู่ตามร้านกาแฟในเมืองไทยทุกวันนี้มีสามแบบ คือ กาแฟร้อน กาแฟเย็น และกาแฟปั่น กาแฟแต่ละแบบก็แยกย่อยลงไปเป็นประเภทกาแฟใส่นมและไม่ใส่นม กาแฟมีความหวานและไม่มีความหวาน

สูตรกาแฟพื้น ๆ ที่ชงขายกันทุกวันนี้ ได้แก่ กาแฟร้อน เอสเปรสโซ่ (Espresso) คือกาแฟดําเข้มข้น ใช้ผงกาแฟราวๆ 6 ถึง 8 กรัม ชงผ่านน้ำราว 2 ออนซ์ แล้วเสิร์ฟมาในถ้วยจิ๋วแต่แรง

คัปปุชชิโน่ (Cappuccino) กาแฟถ้วยนี้ถือว่ามีชื่อเสียงเป็นที่ 2 รองจากเอสเปรสโซ่ ดื่มง่ายกว่า และเป็นกาแฟที่เน้นความหอมแรงของเอสเปรสโซ่โดยการเติมนมที่เป็นครีมข้นไว้ข้างบน และโรยผงโกโก้ มีสูตรที่เขาว่าเป็นมาตรฐานคือ ใช้ถ้วยขนาด 7 ออนซ์ ชงเอสเปรสโซ่ลงไปหนึ่งในสามของถ้วย เติมนมลงไปอีกหนึ่งในสาม นมในที่นี้คือนมสดพาสเจอร์ไรซ์ จากนั้นเอานมอีกส่วนมาตีให้เกิดฟองครีมนม แล้วเทลงไปอีกหนึ่งในสามถ้วยเป็นอันเสร็จพิธี บางครั้งก็โรยผงโกโก้ไว้ข้างบนด้วย

แม็กคิอาโต (Macchiato) เป็นกาแฟที่เสิร์ฟในถ้วยขนาด3.5 ออนซ์ โดยใส่เอสเปรสโซ่ลงไป 2 ออนซ์ และเติมฟองครีมไปอีก 1.5 ออนซ์ ว่ากันว่าเหมือนชายมาดเข้มที่มีความอ่อนโยนอยู่ในตัว

คาเฟลัตเต้ (Cafe Latte) ใช้ถ้วยขนาด 7 ออนซ์ ใส่เอสเปรสโซ่ลงไป 1/4 นํานมอีก 2/4 ปิดท้ายด้วยฟองครีมนม อีก 1/4 เป็นอันเรียบร้อย ได้ทั้งความหอม รสเข้มของกาแฟ ความมันของนม และความนุ่มของฟอง

กาแฟเย็นก็คือการนํากาแฟร้อนมาทําให้เย็นนั่นเอง เช่น ไอซ์คัปปุชชิโน่ (Iced Cappuccino) ส่วนกาแฟนั่นคือการนํากาแฟใส่น้ำแข็งแล้วเอาไปเข้าเครื่องปั่น เพื่อให้ได้กาแฟที่นุ่มๆ เย็น ๆ แปลกออกไปจากการใส่น้ำแข็งธรรมดา

อิตาเลียนคัปปุชชิโน่ (Italian Cappuccino) ให้เอาถ้วยปากกว้างมาชงกาแฟเอสเปรสโซ่ แล้วตีครีมให้ขึ้นฟูจนเป็นฟองใส่ลงไปบนหน้ากาแฟถ้วยนั้น ว่ากันว่ากาแฟสูตรนี้คนอิตาเลียนนิยมดื่มหลังมื้อเที่ยง และบางทีก็เอาผงโกโก้มาโรยใส่หน้าครีมเล็กน้อยด้วย

ตริเอสติน่าคัปปุชชิโน่ (Triestina Cappuccino) กาแฟถ้วยนี้เป็นส่วนย่นย่อของแบบแรก คือชงกาแฟเอสเปรสโซ่ลงในถ้วยคัปปุชชิโน่ปกติ จากนั้นเทนมร้อนๆ ที่สตรีมแล้วลงไปจนเต็มแก้ว จะได้กาแฟเนื้อข้นเนียนแปลกออกไป พวกอิตาเลี่ยนภาคเหนือนิยมกันมาก คนไทยจะนำมาชงขายก็คงไม่ผิดกติกาใดๆ

เวียนนอสคัปปุชชิโน่ (Viennese Cappuccino) กาแฟถ้วยนี้เป็นสูตรโบราณของออสเตรีย เรียกว่า กาแฟเวียนนิส ถือว่าเป็นกาแฟสําเร็จรูปยุคแรกของโลก กาแฟถ้วยนี้เตรียมโดยการเริ่มชงเอสเปรสโซขึ้นมาหนึ่งถ้วยด้วยกาแฟผสม จากนั้นเติมนมร้อน ครีมสดตีให้ฟู (whipped cream) แล้วแต่งหน้าด้วยช็อกโกแลตขูด เสิร์ฟในถ้วยขนาดกลาง

เอสเปรสโซ่ผสมเหล้า ตามปกติแล้วกาแฟเอสเปรสโซผสมให้เข้ากันได้ดีกับนมและครีมตีฟู แต่กับเหล้าก็เข้ากันได้ดีเท่ากัน พวกเหล้าที่นิยมกันมากก็เช่น เหล้ากรัปป้า (Graped) ของอิตาลี คอนยัค และวิสกี้ เหล้าพวกนี้จะชูกลิ่นของกาแฟให้สดชื่นยิ่งขึ้น กาแฟแบบนี้เหมาะกับการดื่มหลังอาหารดีๆ สักมื้อ แต่มีข้อแม้อย่าเติมเหล้าให้มากกว่ากาแฟ มิฉะนั้นจะไปกลบกลิ่นหอมของกาแฟจนหมด

กาแฟเอสเปรสโซ่สูตรเย็น กาแฟสูตรนี้เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มวัยรุ่นชอบ วิธีเตรียมนั้นง่ายๆ เพียงเอาเอสเปรสโซ่มาหนึ่งถ้วย ชงให้หวานหน่อยแล้วใส่น้ำแข็งลงไป เขย่าหรือปั่นด้วยเครื่องปั่นก็ได้ เสิร์ฟในแก้วทรงสูงแบบแก้วไวน์

กาแฟไอริช (Irish coffee) กาแฟถ้วยนี้ให้พลังงานดีนัก เหมาะกับวันอันหนาวเย็น เตรียมโดยชงกาแฟเอสเปรสโซ่เข้าหนึ่งถ้วย เติมวิสกี้ลงไปหนึ่งโดส เติมน้ำตาล จากนั้นปิดหน้าด้วยครีมสดตีจนฟูจํานวนมาก หลังงานหนักถ้าได้ไอริชสักถ้วยท่านว่าชีวิตก็รื่นรมย์ได้

ซินนามอนคัปปุชชิโน่ (Cinnamon Cappuccino) คือกาแฟคัปปุชชิโน่ธรรมดาที่ใส่ซินนามอนประดับลงไปหนึ่งแท่ง ซินนามอนนี้คือเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่ให้กลิ่นหอมแปลกออกไป ไทยเราเรียกว่าอบเชย ฝรั่งชอบมากถึงกับใส่ลงในเค้กและอาหารหลายชนิด

คาเฟ่โอเล่ (Cafe au Lait) คําว่า โอเล่ เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ใส่นม กาแฟสูตรนี้จึงเป็นกาแฟใส่นมธรรมดา ๆ นี้เอง นิยมดื่มตอนเช้าเพื่อเริ่มวันใหม่ เพราะถือว่านมมีประโยชน์แก่ร่างกายและให้สารอาหารอีกด้วย